วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประเภทของเครือข่าย

ประเภทของเครือข่ายแบ่งตามขนาดทางภูมิศาสตร์

1. LAN (Local Area Network) หรือเครือข่ายทองถิ่น  เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมพื้นที่เล็กๆ ภายในห้องเดียวกัน ภายในชั้นเดียวกันหรือภายในอาคารเดียวกัน ทำให้คอมพิวเตอร์ทั้งหมดสามารถเข้าถึงเครื่องอื่นๆ ที่ต่ออยู่ในเครือข่าย และสามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ โปรแกรมต่างๆ ไฟล์ข้อมูล ถ้าหากอุปกรณ์ใดต้องการให้ความสำคัญกับผู้ใช้ก็สามารถให้ผู้ใช้แต่ละคนมีรหัสผ่านในการเขาถึงทรัพยากรต่างๆ ได้อีกด้วย

2. MAM (Metropolitan Area Network) หรือเครือข่ายในเขตเมือง เครือขายแมนเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กว่าเครือขายแลน เป็นเครือข่ายในเขตเมืองครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอหรือจังหวัดเดียวกัน โดยอาจเป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ขององค์กรเข้าด้วยกัน  เช่น การต่อคอมพิวเตอร์ของสาขาต่างๆ ในเขตเมือง เพื่อสื่อสารข้อมูลระหวางองค์กร  การส่งข้อมูลของเครือข่ายแมนจะขึ้นกับช่องทางการสื่อสาร ที่อาจมีความเร็วปานกลางจนถึงความเร็วสูง ระบบการส่งข้อมูลที่ใช้ในเครือขายแมนนั้นมีทั้งแบบใช้สายสัญญาณและแบบไม่ใช้สายสัญญาณ แต่จะใช้คลื่นไมโครเวฟหรือคลื่นวิทยุแทนก็ได้

3. WAN (Wide Area Network) หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง  เครือข่าย WAN เป็นเครือขายคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง โดยจะนำเครือข่าย LANตั้งแต่สองเครือข่ายขึ้นไปมาต่อกันโดยใช้สายส่งข้อมูลความเร็วสูงครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง เช่น บริษัทที่มีเครือข่ายอยู่หลายจังหวัดต้องการสื่อสารข้อมูลเขาด้วยกัน เครือข่ายที่มีการสื่อสารระหว่างเมืองหลวงหรือข้ามพรมแดนประเทศ สำหรับวิธีการเชื่อมโยงสัญญาณอาจทำได้โดยใช้สายเคเบิ้ล ไมโครเวฟ หรือดาวเทียม เพื่อเชื่อมโยงกันเป็นบริเวณกว้างขึ้น

ประเภทของเครือข่ายแบ่งตามหน้าที่ของคอมพิวเตอร์

1. Peer to Peer Network หรือเครือข่ายแบบเท่าเทียมเป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะสามารถแบ่งทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์หรือเครื่องพิมพ์ซึ่งกันและกันภายในเครือข่ายได้ เครื่องแต่ละเครื่องจะทำงานในลักษณะที่ทัดเทียมกัน ไม่มีเครื่องใดเครื่องเครื่องหนึ่งเป็นเครื่องหลักเหมือนแบบ Client/Server แต่ก็ยังคงคุณสมบัติพื้นฐานของระบบเครือข่ายไวเหมือนเดิม การเชื่อมต่อแบบนี้มักทำในระบบที่มีขนาดเล็กๆ เช่น หน่วยงานขนาดเล็กที่มีเครื่องใช้ไม่เกิน 10 เครื่อง การเชื่อมต่อแบบนี้มีจุดอ่อนในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย แต่ถ้าเป็นเครือข่ายขนาดเล็กและเป็นงานที่ไม่มีข้อมูลที่เป็นความลับมากนัก เครือข่ายแบบนี้ ก็เป็นรูปแบบที่น่าเลือกนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี

2. Client/Server Network หรือเครือข่ายแบบผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ  เป็นระบบที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องมีฐานะการทำงานที่เหมือนๆ กัน เท่าเทียมกันภายในระบบเครือข่าย แต่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่อง Server ที่ทำหน้าที่ให้บริการทรัพยากรต่างๆ ให้กับ เครื่อง Client หรือเครื่องที่ขอใช้บริการ ซึ่งอาจจะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างสูง ถึงจะทำให้การให้บริการมีประสิทธิภาพตามไปด้วย ข้อดีของระบบเครือข่าย Client -Server เป็นระบบที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงกว่าระบบแบบ Peer To Peer เพราะว่าการจัดการในด้านรักษาความปลอดภัยนั้น จะทำกันบนเครื่อง Server เพียงเครื่องเดียว ทำให้ดูแลรักษาง่าย และสะดวก มีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้กับเครื่องผู้ขอใช้บริการ หรือเครื่อง Client

 
ประเภทของเครือข่ายแบ่งตามระดับความปลอดภัยของข้อมูล

1. เครือขายอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือเครือข่ายสาธารณะ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์สองเครือข่ายขึ้นไป โดยใช้อุปกรณ์เครือข่าย อย่างเช่น เราท์เตอร์ เพื่อให้เกิดการส่งข้อมูลไปมาระหว่างกัน โดยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเริ่มต้นจากความพยายามเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีความแตกต่างกันทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อเครือข่ายแลนหลายๆ เครือข่าย และรวมไปถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบอื่นๆ เช่น เครือข่ายแมน

2. เครือข่ายอินทราเน็ต (Intranet) หรือเครือข่ายส่วนบุคคล  อินทราเน็ตเป็นระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และใช้ระบบโปรโตคอล TCP/IP เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต แต่เครือข่ายอินทราเน็ตเป็นเครือข่ายที่อยู่ภายในองค์กร ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลสู่โลกภายนอกเหมือนอินเทอร์เน็ต โดยมีเทคโนโลยีที่คอยให้บริการเหมือนกับอินเทอร์เน็ต


3. เอ็กส์ทราเน็ต (Extranet) หรือเครือข่ายรวม  เอ็กส์ทราเน็ต คือ เครือข่ายที่เชื่อมต่อระหว่างอินทราเน็ตของสององค์กร ดังนั้นจะมีบางส่วนของเครือขายที่เป็นเจ้าของรวมกันระหว่างสององค์กรหรือ บริษัท การสร้างอินทราเน็ตจะไม่จำกัดด้วยเทคโนโลยี แต่จะยากตรงนโยบายที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ทั้งสอง องค์กรจะต้องตกลงกัน เช่น องค์กรหนึ่งอาจจะอนุญาตให้ผู้ใช้ของอีกองค์กรหนึ่งล็อกอินเข้าสูระบบ อินทราเน็ตของตัวเองหรือไม่ เป็นตน การสร้างเอ็กส์ทราเน็ตจะเน้นที่ระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูล รวมถึงการติดตั้งไฟร์วอลล์หรือระหว่างอินทราเน็ตและการเข้ารหัสข้อมูลและ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ นโยบายการรักษาความปลอดภัยข้อมูลและการบังคับใช้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น